อาการปวดสะโพกร้าวลงขาจาก AVN ต่างจาก "กระดูกทับเส้น" อย่างไร?
อาการปวดสะโพกร้าวลงขาจาก AVN ต่างจาก "กระดูกทับเส้น" อย่างไร?
"หมอครับ... ผมรักษาอาการปวดสลักเพชรจมกับกระดูกทับเส้นมาครึ่งปี ทั้งนวด ทั้งตอกเส้น หมดเงินไปเป็นแสน แต่ทำไมยิ่งรักษา ขาผมยิ่งลีบ เดินกะเผลกหนักกว่าเดิมครับ?"
นี่คือคำตัดพ้อของชายวัย 45 ปี ที่เดินเข้ามาในคลินิกด้วยท่าทางเจ็บปวดทุกย่างก้าว ประวัติการรักษาของเขาคือ "ปวดสะโพกร้าวลงขา" ซึ่งฟังดูแล้วใครๆ ก็ต้องนึกถึงโรคยอดฮิตอย่าง "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท" ใช่ไหมครับ?
แต่พอหมอจับคนไข้นอนลง แล้วลองจับขาบิดหมุนเบาๆ (Patrick Test) คนไข้กลับร้องเสียงหลง ชี้ไปที่ "ขาหนีบ" ไม่ใช่ที่หลัง... วินาทีนั้นหมอรู้ทันทีว่า เรากำลังเจอกับจำเลยผิดตัว
ผล MRI เฉลยออกมาว่า เขาไม่ได้เป็นกระดูกทับเส้น แต่เป็น "หัวกระดูกสะโพกตาย" (AVN) ระยะท้ายๆ ที่หัวกระดูกยุบตัวจนเบี้ยวไปหมดแล้ว
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิดครับ เพราะอาการ "ปวดร้าวลงขา" มันเป็นเหมือนฝาแฝดที่ทำให้คนไข้ (และหมอบางท่าน) สับสน วันนี้หมอเก่งจะมาแจกแจงคู่มือแยกโรคฉบับเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณไม่หลงทางรักษาผิดจุด จนเสียโอกาสในการเก็บรักษาข้อสะโพกครับ
ความเหมือนที่แตกต่าง: ทำไมถึงสับสน?
ร่างกายมนุษย์มีเส้นประสาทเชื่อมโยงกันซับซ้อนครับ
- โรคกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท (Lumbar Disc Herniation): เกิดจากหมอนรองกระดูกที่เอว ปลิ้นไปทับเส้นประสาทขา ทำให้ปวดจากหลัง ร้าวลงไปที่ขา
- โรคหัวกระดูกสะโพกตาย (AVN - Avascular Necrosis): เกิดจากหัวกระดูกสะโพกขาดเลือดและอักเสบ ความปวดจากข้อสะโพก สามารถ "ร้าว" (Refer Pain) ลงไปที่หน้าขาหรือเข่าได้เหมือนกัน
จุดนี้แหละครับที่ทำให้เข้าใจผิด แต่ถ้าสังเกตดีๆ "จุดกำเนิด" และ "ทิศทาง" ของความปวด มันคนละเรื่องกันเลยครับ
จุดจับผิดที่ 1: "ตำแหน่งเริ่มต้น" ของความปวด
ลองถามตัวเองดูครับว่า จุดที่ปวดที่สุดอยู่ตรงไหน?
ทีมกระดูกทับเส้น (หลัง):
- จุดศูนย์กลางความปวดมักอยู่ที่ "กลางหลัง" หรือ "แก้มก้น" (Buttock)
- เวลาปวด จะรู้สึกเหมือนเส้นเอ็นที่ก้นมันตึงๆ ยึดๆ
ทีม AVN (สะโพก):
- จุดตายของโรคนี้คือ "ขาหนีบ" (Groin) ครับ
- คนไข้จะปวดลึกๆ ด้านหน้า ตรงรอยพับระหว่างลำตัวกับขา
- บางคนอาจทำมือเป็นรูปตัว C (C-Sign) กุมไปที่ข้างสะโพก โดยนิ้วโป้งอยู่หลัง นิ้วชี้อยู่หน้าขาหนีบ นั่นคือตำแหน่งของข้อสะโพกจริงๆ ครับ
จุดจับผิดที่ 2: "ทิศทาง" การร้าว
แม้มันจะร้าวลงขาเหมือนกัน แต่เส้นทางเดินรถมันคนละสายครับ
ทีมกระดูกทับเส้น (หลัง):
- สายหลัง: ปวดร้าวจากแก้มก้น -> ลงมาที่ "หลังต้นขา" -> ผ่านข้อพับเข่า -> ลงไปที่น่อง -> ถึงปลายเท้าหรือนิ้วเท้า
- ความรู้สึก: มักมีอาการ "ไฟช็อต" (Electric shock) หรือ "ชา" (Numbness) ร่วมด้วย เหมือนมีมดไต่ หรือหนาๆ ที่ฝ่าเท้า
ทีม AVN (สะโพก):
- สายหน้า: ปวดจากขาหนีบ -> ร้าวลงมาที่ "หน้าต้นขา" -> และไปหยุดอยู่ที่ "หัวเข่า" (ด้านใน)
- ความรู้สึก: จะปวดแบบ "ตื้อๆ หน่วงๆ" ปวดลึกๆ เหมือนปวดในกระดูก ไม่ค่อยมีอาการไฟช็อต และ "ไม่ค่อยมีอาการชา" ที่ปลายเท้าครับ
จุดจับผิดที่ 3: "ท่าทาง" ที่กระตุ้นให้ปวด
ท่าไหนทำแล้วเจ็บ? นี่คือคำถามปราบเซียนครับ
ทีมกระดูกทับเส้น (หลัง):
- ก้มแล้วจี๊ด: การก้มตัวไปข้างหน้า หรือไอ จาม แรงๆ จะทำให้หมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาทับเส้นมากขึ้น อาการจะกำเริบทันที
- ยกขาตึง: ถ้านอนหงายแล้วให้คนอื่นยกขาขึ้นตรงๆ (Straight Leg Raise) จะรู้สึกตึงเปรี๊ยะที่น่องเหมือนเส้นจะขาด
ทีม AVN (สะโพก):
- ขยับแล้วเจ็บ: การลงน้ำหนัก เดิน หรือยืนนานๆ จะปวดมากขึ้น (Mechanical Pain)
- ท่าอาถรรพ์: ท่าที่ทรมานใจคนเป็นโรคนี้ที่สุดคือ "ท่าขัดสมาธิ" หรือ "ท่านั่งไขว่ห้าง" (Figure 4 position)
- ลองนอนหงาย แล้วเอาข้อเท้าข้างที่ปวดไปวางบนเข่าอีกข้าง (เป็นเลข 4) แล้วกดเข่าลง... ถ้าเจ็บจี๊ดที่ขาหนีบ นั่นแหละครับ ปัญหาอยู่ที่สะโพก ไม่ใช่หลัง!
ทำไมต้องแยกให้ออก? ผลเสียของการรักษาผิดจุด
การวินิจฉัยผิด ไม่ได้แค่เสียเงินฟรี แต่เสีย "เวลาทอง" ครับ
ถ้าเป็น AVN แต่ไปรักษาแบบกระดูกทับเส้น: คนไข้มักจะไปทำกายภาพ ดึงหลัง นวดตอกเส้น หรือกินยาแก้ปวดปลายประสาท ซึ่งมัน "ไม่ช่วย" ให้เลือดไหลเวียนไปที่หัวกระดูกเลย ระหว่างที่หลงทางอยู่นั้น หัวกระดูกสะโพกที่ขาดเลือดก็จะค่อยๆ ยุบตัวลงเรื่อยๆ จนผ่านไป 6 เดือน จากที่ควรจะรักษาด้วยการเจาะรู (Core Decompression) ได้ กลายเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมใหญ่โตแทน
ถ้าเป็นกระดูกทับเส้น แต่ไปรักษาแบบ AVN: อันนี้อาจไม่ร้ายแรงเท่า แต่คนไข้ก็อาจจะเจ็บตัวฟรีจากการไปเจาะระบายกระดูก หรือฉีดยาเข้าข้อสะโพกโดยไม่จำเป็น
สรุปเช็คลิสต์: ของคุณเข้าข่ายข้อไหน?
หมอสรุปให้ดูง่ายๆ อีกครั้งครับ
คุณน่าจะเป็น "กระดูกทับเส้น" (หลัง) ถ้า...
- ปวดแก้มก้น ร้าวลง "หลังขา" ถึงน่อง/เท้า
- มีอาการ "ชา" หรือ "ไฟช็อต"
- ก้มตัว หรือไอจาม แล้วปวดแว้บ
- นั่งขัดสมาธิได้ปกติ ไม่เจ็บขาหนีบ
คุณน่าจะเป็น "AVN" (สะโพก) ถ้า...
- ปวดลึกๆ ที่ "ขาหนีบ" ร้าวลง "หน้าขา" หรือ "เข่า"
- ไม่มีอาการชาปลายเท้า
- เดินลงน้ำหนักแล้วปวด พักแล้วหาย
- นั่งขัดสมาธิ หรือไขว่ห้างไม่ได้ เจ็บขาหนีบมาก
- ใส่ถุงเท้า หรือตัดเล็บเท้าตัวเองลำบาก เพราะก้มเอี้ยวตัวไม่ได้
สรุป
อาการปวดร้าวลงขา ไม่ได้มีแค่เรื่องของเส้นประสาทเสมอไปครับ หากคุณรักษาเรื่องหลังมานานแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการปวดเน้นที่ "ขาหนีบ" เป็นหลัก ให้สงสัยไว้เลยว่า ฆาตกรตัวจริงอาจซ่อนอยู่ที่ "ข้อสะโพก"
การตรวจร่างกายง่ายๆ ด้วยการบิดหมุนสะโพก หรือการทำ MRI จะช่วยไขคำตอบได้ชัดเจนที่สุด อย่าปล่อยให้ความเข้าใจผิด มาพรากข้อสะโพกดีๆ ของคุณไปนะครับ รีบตรวจ รีบรู้ รักษาทัน เดินได้ปร๋อแน่นอนครับ
ด้วยความปรารถนาดี บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดขาหนีบ #ปวดร้าวลงขา #AVN #กระดูกทับเส้น #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดสะโพก #วินิจฉัยโรค #ข้อสะโพกเสื่อม #กระดูกตาย
References
- Martin HD, Shears SA, Palmer IJ. Trapped within the pelvis: The difficulty in diagnosing hip pain. Clin Sports Med. 2011;30(2):464. (อธิบายความยากในการแยกแยะอาการปวดสะโพกกับอาการปวดจากหลัง)
- Brown MD, Gomez-Marin O, Brookfield KF, Li PS. Differential diagnosis of hip disease versus spine disease. Clin Orthop Relat Res. 2004;(419):280-4. (การเปรียบเทียบการวินิจฉัยระหว่างโรคข้อสะโพกและโรคกระดูกสันหลัง)
- Lesher JM, Dreyfuss P, Hager N, Kaplan M, Furman M. Hip joint pain referral patterns: a descriptive study. Pain Med. 2008;9(1):22-5. (ศึกษาทิศทางการร้าวของอาการปวดจากข้อสะโพก ว่ามักไปที่ขาหนีบและเข่า)
- Sembrano JN, Polly DW Jr. How often is low back pain not coming from the back? Spine (Phila Pa 1976). 2009;34(1):E27-32. (งานวิจัยที่ชี้ว่าอาการปวดหลังส่วนล่างจำนวนมาก จริงๆ แล้วมาจากข้อสะโพก)
- Mont MA, Cherian JJ, Sierra RJ, Jones LC, Lieberman JR. Nontraumatic Osteonecrosis of the Femoral Head: Where Do We Stand Today? J Bone Joint Surg Am. 2015;97(19):1604-27.
Comments
Post a Comment