ปวดขาหนีบเรื้อรัง นวดเท่าไหร่ก็ไม่หาย ระวังโรคกระดูกหัวสะโพกตาย ภัยเงียบวัยทำงาน
ปวดขาหนีบเรื้อรัง นวดเท่าไหร่ก็ไม่หาย ระวังโรคกระดูกหัวสะโพกตาย ภัยเงียบวัยทำงาน
โรคกระดูกหัวสะโพกตายจากการขาดเลือด (Avascular Necrosis of Femoral Head)
"หมอครับ ผมนวดเท่าไหร่ก็ไม่หาย เจ็บลึกๆ ที่ขาหนีบ เวลานั่งขัดสมาธิยิ่งปวดมากเลยครับ"
นี่คือคำบ่นของคุณสมชาย (นามสมมติ) ผู้ชายวัยทำงานอายุ 40 ต้นๆ ที่เดินกระเผลกเข้ามาในห้องตรวจด้วยสีหน้ากังวลใจ คุณสมชายเล่าให้หมอฟังว่าปกติเป็นคนแข็งแรงดี ชอบสังสรรค์กับเพื่อนฝูงบ้างตามโอกาส แต่ช่วง 2-3 เดือนมานี้ เริ่มรู้สึกเจ็บแปลบๆ ที่ขาหนีบข้างขวา ตอนแรกนึกว่าเส้นยึดหรือกล้ามเนื้ออักเสบจากการออกกำลังกาย จึงไปนวดแผนไทย
พอนวดเสร็จก็ดูเหมือนจะดีขึ้นชั่วคราว แต่พอกลับมาเดินลงน้ำหนัก หรือบิดหมุนขา อาการเจ็บก็กลับมาอีก และดูเหมือนจะเป็นหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งคืนหนึ่ง นอนพลิกตัวแล้วเจ็บจนตื่น ทำให้เขาตัดสินใจมาพบหมอในที่สุด
เรื่องราวของคุณสมชายไม่ใช่เรื่องไกลตัว และเป็นอาการนำที่สำคัญของโรคที่หมอจะเล่าให้ฟังในวันนี้ครับ นั่นคือโรค "กระดูกหัวสะโพกตายจากการขาดเลือด" ซึ่งเป็นภัยเงียบที่มักพบในคนวัยหนุ่มสาวและวัยทำงาน มากกว่าผู้สูงอายุเสียอีกครับ
โรคกระดูกหัวสะโพกตาย คืออะไร?
เพื่อให้เข้าใจง่ายที่สุด ลองจินตนาการว่ากระดูกหัวสะโพกของเรามีลักษณะเหมือน "ลูกบอลกลมๆ" ที่หมุนอยู่ในเบ้าสะโพก เพื่อให้เราเดิน วิ่ง หรือนั่งขัดสมาธิได้ ลูกบอลนี้เปรียบเสมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำมาหล่อเลี้ยง ซึ่ง "น้ำ" ในที่นี้ก็คือ "เลือด" นั่นเองครับ
โรคกระดูกหัวสะโพกตาย (Avascular Necrosis หรือเรียกสั้นๆ ว่า AVN) คือภาวะที่เส้นเลือดฝอยที่ทำหน้าที่ส่งเลือดไปเลี้ยงลูกบอลกระดูกหัวสะโพกเกิดการอุดตัน หรือถูกตัดขาด ทำให้เซลล์กระดูกขาดอาหารและออกซิเจน
เมื่อขาดเลือด เซลล์กระดูกก็จะค่อยๆ ตายลง เปรียบเหมือนดินที่แห้งแล้งจนแตกระแหง ในระยะแรกกระดูกยังคงรูปทรงกลมอยู่ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป โครงสร้างภายในที่เปราะบางจะรับน้ำหนักตัวเราไม่ไหว จนเกิดการยุบตัวลง (Collapse) เหมือนเปลือกไข่ที่บุบ ทำให้ผิวข้อที่เคยเรียบลื่นกลายเป็นขรุขระ ส่งผลให้เกิดอาการปวดรุนแรงและข้อเสื่อมในที่สุดครับ
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
หลายคนสงสัยว่า "ทำไมอยู่ดีๆ เลือดถึงไม่ไปเลี้ยงกระดูก?" สาเหตุมีได้หลายอย่างครับ บางครั้งเกิดจากอุบัติเหตุโดยตรง แต่บ่อยครั้งเกิดจากพฤติกรรมหรือโรคประจำตัว โดยปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยที่สุด มีดังนี้ครับ
- การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ: ข้อนี้เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่พบในบ้านเราครับ การดื่มเหล้าหรือเบียร์ในปริมาณมากติดต่อกันเป็นเวลานาน จะส่งผลให้เกิดไขมันไปอุดตันในเส้นเลือดฝอยที่เลี้ยงกระดูก ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก
- การได้รับยาสเตียรอยด์ (Steroids): ไม่ว่าจะเพื่อรักษาโรคประจำตัว เช่น โรคภูมิแพ้ตัวเอง (SLE), โรคไต หรือโรคผิวหนังบางชนิด หรือการได้รับสเตียรอยด์โดยไม่รู้ตัวจากยาชุด ยาลูกกลอน ยาสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรฐาน การได้รับสเตียรอยด์ปริมาณสูงหรือต่อเนื่อง จะเพิ่มความเสี่ยงให้กระดูกขาดเลือดได้มากครับ
- อุบัติเหตุ: เช่น กระดูกสะโพกหัก หรือข้อสะโพกหลุด ซึ่งอาจไปฉีกขาดหรือทำลายเส้นเลือดที่มาเลี้ยงหัวสะโพกโดยตรง
- โรคประจำตัวอื่นๆ: เช่น โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย โรคเคซอง (โรคจากการดำน้ำลึก) หรือโรคที่เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด
- ไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic): ในบางราย แม้จะซักประวัติอย่างละเอียดแล้ว ก็อาจไม่พบปัจจัยเสี่ยงที่ชัดเจน ซึ่งพบได้ประมาณ 20-30% ของผู้ป่วยครับ
อาการสัญญาณเตือน
อาการของโรคนี้มักจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปครับ โดยมีลำดับอาการที่สังเกตได้ดังนี้:
- ระยะแรก: อาจไม่มีอาการเลย หรือเริ่มรู้สึกปวดหน่วงๆ ลึกๆ บริเวณขาหนีบ (Groin pain) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตรงกับข้อสะโพกที่สุด บางคนอาจปวดร้าวไปที่ก้น หรือหน้าขา และบ่อยครั้งที่มีอาการปวดร้าวลงไปที่เข่า ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม
- ระยะกลาง: อาการปวดจะเป็นมากขึ้นเมื่อลงน้ำหนัก เช่น เวลาเดิน หรือยืนนานๆ และจะทุเลาลงเมื่อได้พัก การขยับข้อสะโพกจะเริ่มติดขัด โดยเฉพาะท่า "นั่งขัดสมาธิ" หรือการบิดหมุนขาเข้าด้านใน
- ระยะรุนแรง: เมื่อหัวกระดูกยุบตัวลง อาการปวดจะรุนแรงมากแม้ในขณะพักหรือตอนนอนหลับ ขาข้างที่เป็นอาจดูสั้นลง เดินกะเผลกอย่างชัดเจน (Limping) และข้อสะโพกจะยึดติดจนขยับแทบไม่ได้
การตรวจวินิจฉัย
เมื่อหมอสงสัยว่าคนไข้จะเป็นโรคนี้ หมอจะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด โดยเฉพาะเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์และการใช้ยา จากนั้นจะตรวจร่างกายเพื่อดูองศาการเคลื่อนไหวของข้อสะโพก
การตรวจทางรังสี:
- เอกซเรย์ (X-ray): เป็นการตรวจพื้นฐานครับ ในระยะที่โรคดำเนินไปพอสมควรแล้ว เราจะเห็นรอยเงาผิดปกติในหัวกระดูก หรือเห็นการยุบตัวของหัวกระดูกได้ชัดเจน แต่ข้อจำกัดคือ ในระยะเริ่มต้นที่กระดูกยังไม่ยุบ เอกซเรย์มักจะดูปกติ
- เอ็มอาร์ไอ (MRI): นี่คือเครื่องมือมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ในการวินิจฉัยโรคนี้ครับ การทำ MRI สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่มที่เซลล์กระดูกเพิ่งเริ่มบวมน้ำหรือขาดเลือด ซึ่งเอกซเรย์มองไม่เห็น ช่วยให้เราวางแผนการรักษาได้ทันท่วงทีก่อนที่กระดูกจะยุบตัว
แนวทางการรักษา
เป้าหมายของการรักษาคือ "หยุดความเจ็บปวด" และ "ป้องกันไม่ให้ข้อสะโพกพังไปมากกว่าเดิม" โดยวิธีรักษาจะขึ้นอยู่กับ "ระยะของโรค" เป็นสำคัญครับ
1. การรักษาโดยไม่ผ่าตัด (สำหรับระยะแรกมากๆ)
ในระยะที่เซลล์ตายเพียงเล็กน้อยและอยู่ในตำแหน่งที่ไม่รับน้ำหนัก หมออาจแนะนำให้:
- ลดการลงน้ำหนัก: ใช้ไม้ค้ำยันช่วยเดิน เพื่อลดแรงกดที่หัวสะโพก ให้โอกาสร่างกายได้ฟื้นฟู
- ปรับพฤติกรรม: หยุดดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ทันที
- ยา: ใช้ยาแก้ปวดลดอักเสบเพื่อบรรเทาอาการ และยาช่วยลดการทำลายกระดูกบางกลุ่ม (Bisphosphonates) ซึ่งต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ครับ
2. การผ่าตัดเจาะรูระบายความดัน (Core Decompression)
หากตรวจพบในระยะแรกที่กระดูกยังกลมสวย ไม่มีการยุบตัว การผ่าตัดเล็กๆ นี้อาจช่วยได้ครับ วิธีการคือหมอจะเจาะรูเล็กๆ เข้าไปในหัวกระดูก เพื่อลดความดันภายในโพรงกระดูก และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเส้นเลือดใหม่เข้าไปเลี้ยง วิธีนี้ช่วยลดอาการปวดได้ดี และอาจช่วยชะลอการดำเนินโรคได้ในผู้ป่วยบางราย
3. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม (Total Hip Replacement)
สำหรับในรายที่กระดูกหัวสะโพกยุบตัวแล้ว (Collapse) หรือเกิดภาวะข้อเสื่อมรุนแรง การทานยาหรือเจาะรูจะไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างที่พังไปแล้วได้ครับ ทางออกที่ดีที่สุดและเป็นมาตรฐานสากลคือ "การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม"
หลายคนได้ยินคำว่าผ่าตัดเปลี่ยนข้อแล้วตกใจกลัว แต่หมออยากให้ความมั่นใจครับว่า เทคโนโลยีทางการแพทย์ปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก
- วัสดุข้อเทียม: มีความทนทานสูง ใช้งานได้ยาวนาน 20-30 ปี
- เทคนิคการผ่าตัด: ปัจจุบันมีการผ่าตัดแบบแผลเล็ก บาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อน้อย เสียเลือดน้อย
- การฟื้นตัว: หลังผ่าตัด คนไข้ส่วนใหญ่สามารถลุกยืนและฝึกเดินได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด อาการปวดทรมานที่เคยมีจะหายไปแทบจะทันที ทำให้กลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุดครับ
พยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?
โรคกระดูกหัวสะโพกตาย ถ้าเป็นแล้วเนื้อกระดูกส่วนที่ตายจะไม่สามารถฟื้นคืนชีพกลับมาเป็นปกติได้ 100% ครับ แต่เราสามารถจัดการกับมันได้
- ถ้ารู้เร็ว รักษาเร็ว เราอาจชะลอการผ่าตัดใหญ่ไปได้นาน
- ถ้ากระดูกยุบแล้ว การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกคือการ "จบปัญหา" ที่ต้นเหตุ ทำให้คนไข้กลับมาเดินได้ ไม่เจ็บ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีเยี่ยมครับ
คนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม สามารถกลับไปทำงาน ขับรถ ท่องเที่ยว และออกกำลังกายเบาๆ เช่น ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน หรือตีกอล์ฟได้ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงตลอดชีวิตนะครับ
สรุป
โรคกระดูกหัวสะโพกตายจากการขาดเลือด เป็นโรคที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงานที่ดื่มแอลกอฮอล์ หรือจำเป็นต้องใช้ยาสเตียรอยด์ สัญญาณเตือนสำคัญคืออาการปวดลึกๆ ที่ขาหนีบ ยิ่งทิ้งไว้นาน กระดูกยิ่งเสี่ยงต่อการยุบตัว
ดังนั้น หากท่านหรือคนใกล้ชิดมีอาการปวดข้อสะโพกเรื้อรัง นวดแล้วไม่หาย กินยาแล้วดีขึ้นแค่ชั่วคราว อย่ารีรอที่จะมาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมนะครับ การรู้เร็ว รักษาไว คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยถนอมข้อสะโพกของท่านให้อยู่ใช้งานได้นานที่สุด
หมอขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่กำลังเผชิญกับอาการปวด อย่าเพิ่งท้อแท้ ทางออกและการรักษามีเสมอครับ ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพ และหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกายตัวเองนะครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดขาหนีบ #กระดูกสะโพกตาย #AVN #ปวดสะโพก #ผ่าตัดข้อสะโพก #หมอเก่งกระดูกและข้อ #เปลี่ยนข้อสะโพกเชียงใหม่ #กระดูกตายจากการขาดเลือด #ข้อสะโพกเสื่อม #ปวดสลักเพชร
References:
- Mont MA, Cherian JJ, Sierra RJ, Jones LC, Lieberman JR. Nontraumatic Osteonecrosis of the Femoral Head: Where Do We Stand Today? A Ten-Year Update. J Bone Joint Surg Am. 2015;97(19):1604-27.
- Moya-Angeler J, Gianakos AL, Villa JC, Ni A, Lane JM. Current concepts on osteonecrosis of the femoral head. World J Orthop. 2015;6(8):590-601.
- Cohen-Rosenblum A, Cui Q. Osteonecrosis of the Femoral Head. Orthop Clin North Am. 2019;50(2):139-149.
- Zhao DW, Yu M, Hu K, et al. Prevalence of Nontraumatic Osteonecrosis of the Femoral Head and its Associated Risk Factors in Chinese Population: Results from a Nationally Representative Survey. Chin Med J (Engl). 2015;128(21):2843-50.
- American Academy of Orthopaedic Surgeons. Osteonecrosis of the Hip [Internet]. Rosemont (IL): AAOS; 2023 [cited 2025 Jul 18]. Available from: https://orthoinfo.aaos.org/en/diseases--conditions/osteonecrosis-of-the-hip
Comments
Post a Comment